การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง – How to Return to Running. – Baitong

การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง – How to Return to Running.

By Baitong

  Return to runningในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2557 ตัวผมได้รับบาดเจ็บจนต้องพักรักษาตัวนานพอสมควร กล้ามเนื้อต่างๆถดถอยลงไป ไขมันเริ่มเข้ามาแทนที่ และคิดว่าหลังจากหายดีแล้วคงต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ มันทำให้ลึกๆในใจเกิดความรู้สึกท้อแท้อยู่บ้าง จนผมได้อ่านบทความจาก Website : http://www.runnersworld.com/running-tips/how-to-return-to-running ทำให้ผมมีกำลังใจในการกลับมาซ้อมวิ่งอีกครั้ง  ผมจึงได้แปลและเรียบเรียงเพื่อบันทึกไว้ใน Blog แห่งนี้

การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง

            คุณกำลังกลับมาวิ่ง…หลังจากเลิกวิ่งไปนานใช่ไหม วิทยาศาสตร์จะแสดงให้เห็นว่าการกลับมาวิ่งใหม่นั้น เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คุณคิด

เรื่องโดย Diane Stopyra     ภาพโดย http://www.letsrun.com/

แปลและเรียบเรียงโดย  Baitong

            นักวิ่งจำนวนมากคงเคยรู้สึกกังวล เมื่อกลับมาเริ่มซ้อมใหม่หลังจากที่หายบาดเจ็บ และภาวนาขอให้วิ่งได้ดังที่กล้ามเนื้อเคยทำได้ ขอยกตัวอย่าง คุณ Jeff Alexander วัย 48 ปี พนักงานประชาสัมพันธ์จาก Philadelphia วิ่งมาราธอนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1996 ด้วยสถิติ 03:03 ชม. ครั้งที่สองในปีต่อมาด้วยเวลา 3:07 ชม. และในปีที่สามด้วยเวลา 03:06 ชม. โดยเขาประสบภาวะกึ่ง Hypothermic (ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ จนระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและสมองสูญเสียการทำงาน) ในการแข่งขันครั้งสุดท้ายนี้ ประกอบกับการย้ายที่อยู่และการแต่งงาน ทำให้ Alexander ไม่ได้ซ้อมวิ่งมาราธอนตามตาราง และแม้ว่าเขาจะพยายามวิ่งในระยะสั้น แต่ เบียร์ก็มักเข้ามาขวางกั้นการซ้อมของเขาจนกระทั้ง 10 ปีต่อมา Alexander ได้กลับมาฝึกซ้อมวิ่งระยะไกลอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันรายการ Philadelphia Marathon ในปี ค.ศ. 2008 และ อีกครั้งหนึ่งกับเวลา 03:17 ชม. เพื่อผ่านรอบคัดเลือกในรายการ Boston Marathon ซึ่งมันง่ายกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ จงมุ่งกลับมา คุณจะพบกับความรู้สึกที่คุ้นเคยเขากล่าวไว้ผมกลับมาวิ่งได้ถึง 10 ไมล์ภายในเดือนแรกของการซ้อม ผมคิดว่า ผมได้ความทรงจำของกล้ามเนื้อเดิมกลับคืนมา

ทำไมความทรงจำของกล้ามเนื้อยังคงอยู่

            ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ อยู่ที่ในช่วงชีวิตหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องหยุดวิ่ง คุณจะต้องรักษาอาการป่วยหรือบาดเจ็บนั้นให้ดี ส่วนที่เหลือนั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยในทุกครั้งที่วิ่งจะเปรียบได้กับการฝากความทรงจำของกล้ามเนื้อไว้ในธนาคาร การฝากเหล่านั้นก็เหมือนเป็นไข่ในรังที่พร้อมจะฟักตัวให้คุณได้ใช้ในยามที่คุณขัดสน Amadeus Mason ( M.D. การกีฬาและยา ประเภทลู่และลานของสหรัฐอเมริกา และคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมและเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งEmory University) ได้กล่าวไว้ว่า “ความทรงจำนั้นยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และมันจะอยู่ไปอีกนาน”

            แน่นอน จากการทดสอบพบว่ามีปัจจัยทางจิตวิทยา : Revisiting a sport (การทบทวนทางการกีฬา) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่คุณมีความสุข ผ่อนคลาย ไม่กดดัน และมีความเชื่อมั่นในการกลับมาซ้อม จะทำให้คุณสามารถย้อนความรู้สึกเดิมๆได้ง่ายขึ้น

            แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันเป็นมากกว่านั้น เริ่มต้นจาก คุณได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ จนทำให้เกิดการสร้างนิวเคลียสเพิ่มมากขึ้น หรืออาจพูดได้ว่าคุณได้สร้าง “Little protein factories” ที่มี DNA อันจำเป็นสำหรับกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น Kristian Gundersen ศาสตราจารย์สรีรวิทยา แห่ง University of Oslo ในนอร์เวย์กล่าวว่า การศึกษาในปี ค.ศ. 2010 นำโดย Gundersen ยืนยันว่า แม้ว่าคุณจะหยุดออกกำลังกาย แต่นิวเคลียสเหล่านี้ยังคงติดตึงอยู่รอบๆกล้ามเนื้อ นั้นหมายถึง นักวิ่ง คือคนที่นำหน้าคนอื่นไปก้าวหนึ่ง หากเขาจะกลับที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

            Matt Silvis (M.D. แพทย์ผู้ดูแลการกีฬาและยาของ Penn State Milton S. Hershey Medical Center) กล่าวว่า

เมื่อคุณทำกิจกรรม สมองจะสื่อสารข้อความไปยังกล้ามเนื้อในรูปแบบของไฟฟ้าผ่านทางเดินในระบบประสาทส่วนกลาง ต่อจากนั้นกล้ามเนื้อจะส่งข้อความกลับไปที่สมอง มันเป็นเพราะการสื่อสารของวงจรนี้ ทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานภายใต้แรงที่เหมาะสมในการสั่งให้ทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ระบบทางเดินประสาทเกิดลักษณะการตอกย้ำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณไม่เคยลืมวิธีการขี่จักรยาน หรือวิธีการวิ่ง”

คุณคือธรรมชาติ

            Adam Knight (Ph.D., ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน ชีวกลศาสตร์ แห่ง Mississippi State University) ได้กล่าวว่า

           “คุณไม่เพียงแค่จำวิธีการวิ่งได้เท่านั้น แต่คุณจะวิ่งได้เป็นอย่างดีแม้หลังจากที่พักยาว คุณก็สามารถวิ่งอย่างมีประสิทธิภาพและใช้แรงน้อยกว่าพวกหน้าใหม่ คุณสามารถทำมันได้โดยคุณจะฟิตกลับมาอย่างรวดเร็วเพราะเหตุผลข้างต้น”

           นี้คงจะเป็นข่าวดีมากๆสำหรับนักวิ่ง ในเรื่องที่วงจรทางเดินประสาทข้างต้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่กล้ามเนื้อที่อยู่ใต้การควบคุมของสมอง เช่นกล้ามเนื้อขา แต่ยังเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของสมองอีกด้วย เช่นการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจ Alfred Bove (M.D., Ph.D., ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านยาแห่ง Temple University และอดีตประธานของ American College of Cardiology) กล่าวว่า

สำหรับอดีตนักกีฬาก็ยังคงเหลือประโยชน์จากการออกกำลังกาย โดยเฉพาะระบบหมุนเวียนเลือด ในนักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝน หัวใจจะมีความสามารถผ่อนคลายได้ง่าย ซึ่งช่วยลดปัญหาการหายใจเร็ว นอกจากนี้ระบบประสาท Parasympathetic (ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก คือส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานเร็วขึ้น ระบบประสาทนี้ทำงานตรงข้ามกับระบบประสาทซิมพาเทติก คือทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานช้า) จะโดดเด่นมากกว่าระบบประสาท Sympathetic นั้นหมายถึงการออกกำลังกาย จะทำหัวใจผ่อนคลาย การปรับตัวเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำด้วย

          “ในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้ ผมขออวยพรให้ทุกท่านสนุกกับการวิ่งและปลอดจากอาการบาดเจ็บ สุขภาพแข็งแรงตลอดปี”

Happy New Year 2015 ^0^

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s