ระยะเวลา หรือ ระยะทาง – Duration or Distance? – Baitong

ระยะเวลา หรือ ระยะทาง – Duration or Distance?

By Baitong

ย่างก้าวเข้าเมษายน 2556 ความเร่าร้อนและความชุ่มฉ่ำช่างเป็นความแตกต่างที่ลงตัวอย่างยิ่งในเดือนแห่งประเพณีสงกรานต์ ผมเริ่มติดการวิ่งจนกลายเป็นนิสัย โดยวิ่งไปตามสวนสาธารณะต่างๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจจะดูไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีในการต่อสู้กับโรคภูมิแพ้อากาศ ระบบร่างกาย หัวใจและกล้ามเนื้อ เริ่มปรับสภาพให้ทนต่อการออกกำลังกายมากขึ้น การวิ่งเริ่มพัฒนาขึ้นทีละน้อยจากที่วิ่งต่อเนื่อง 30 นาที ขยับเป็น วิ่งต่อเนื่องได้running_water 40 นาที

ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน ในสวนสาธาระแห่งหนึ่งผมได้ยินเหล่านักวิ่งท่านอื่นถกเถียงกันในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “การวิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ระยะเวลา กับ ระยะทาง ผมเริ่มฉงนใจในการตั้งแผนการวิ่งที่กำหนด “ระยะเวลา” เป็นที่ตั้ง กับการตั้งเป้าหมายไว้ที่ “ระยะทาง” เป้าหมายทั้ง 2 แบบนี้แตกต่างกันอย่างไร Noob runner อย่างผมควรจะเลือกตั้งเป้าหมายแบบไหน ผมจึงเริ่มหาความรู้และทดลองใช้กับตัวเอง โดยสรุปแบบ Noob Noob ได้ดังนี้ครับ

การตั้งเป้าหมายการวิ่งระหว่าง ระยะเวลา กับ ระยะทาง ส่งผลต่อจิตใต้สำนึกที่แต่งต่างกันของผมอย่างสิ้นเชิง เมื่อเงยหน้าแล้วจ้องมองไปที่เส้นชัย จิตสำนึกมักบอกให้ผมเร่งจังหวะก้าวเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่สำหรับการตั้งเป้าที่ระยะเวลาผมมักจะยกแขนขึ้นแล้วเหลือบมองไปที่นาฬิกา จิตใต้สำนึกของผมจะส่งสัญญาณไปที่ขาให้รักษาจังหวะการก้าวให้คงที่ตลอดช่วงเวลาการวิ่งซึ่งส่งผลต่อระยะทางที่น้อยกว่าการวิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระยะทาง ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากการวิ่งที่กำหนดระยะทางทำให้รู้สึกเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เมื่อการวิ่งนั้นใกล้จะครบรอบที่กำหนด รวมถึงการมองเห็นจุดหมายปลายทางอยู่ข้างหน้าตัวเรา ในทางกลับกันการเหลือบมองดูเวลาที่ข้อมือมักจะรู้สึกเป็นนามปธรรมเสียมากกว่า ทั้งสองวิธีมีข้อดีอยู่ในตัวเองขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และสถานการณ์ของการวิ่ง

duration

การวิ่งให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนด มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ต่อเหล่า Noob runner และผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่ง รวมถึงการกลับมาเริ่มวิ่งหลังอาการบาดเจ็บ วิธีนี้เป็นการปรับสภาพร่างกายให้ทนและชินกับการวิ่งโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องความเร็ว หรือระยะทาง เป็นการฝึกความอุสาหะของจิตใจให้สามารถวิ่งได้นานตามกำหนดเวลาโดยไม่เบื่อเสียก่อน การวิ่งแบบนี้นั้นควรให้ความสนใจกับอัตราการหายใจ และจังหวะการก้าวที่เหมาะสม เมื่อวิ่งบ่อยๆร่างกายจะจดจำความรู้สึกดังกล่าว จนกลายเป็นจังหวะการก้าวเท้าที่เป็นมาตรฐานส่วนตัว ต่อจากนั้นค่อยใช้นาฬิกาหรือ App แผนที่เพื่อตรวจสอบระยะทางและความเร็ว

การวิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระยะเวลา ยังสามารถช่วยให้วิ่งได้ในสถานการณ์ที่รู้สึกไม่ค่อยสดใสหรือมีความกังวลใจจากเรื่องงาน ผมมักจะไม่สามารถบังคับตัวเองให้วิ่งไปตามระยะทางที่กำหนดได้ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปลี่ยนเป็นกำหนดเป้าหมายไว้ที่ระยะเวลานั้น ช่วยให้วิ่งได้ง่ายขึ้นในความเร็วของก้าวที่เหมาะสม

การวิ่งให้ครบตามระยะทางที่กำหนด มีประโยชน์ต่อนักวิ่งที่เข้าใกล้ฤดูแห่งการชิงชัย วิธีนี้ส่งผลในการเพิ่มความเร็วของนักวิ่งและมีเป้าหมายที่แท้จริงในการแข่งFinish-Lineขัน  เส้นโค้งของลู่วิ่ง และเส้นชัย ส่งผลอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มสัญชาตญาณในตัวนักวิ่ง สิ่งเร้าต่างๆที่วิ่งเข้าผ่านสายตาช่วยให้สามารถเร่งจังหวะการก้าวเท้าให้ถี่และเร็วขึ้น การวิ่งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระยะทางยังช่วยฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อในการวิ่งระยะไกล สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเพิ่มระยะวิ่งคือ จะต้องค่อยๆเพิ่มระยะทาง โดยทั่วไปแล้วนักวิ่งมักจะเพิ่มขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละสัปดาห์เพื่อให้ปลอดภัยจากอาการบาดเจ็บที่จะตามมา

เราควรให้ความสำคัญกับการตั้งเป้าหมายการวิ่งทั้ง ระยะเวลาและระยะทาง แต่อาจไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นเป้าหมายทั้ง 2 วิธีในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการพัฒนาของนักวิ่ง “เมื่อวิ่งไปถึงจุดๆหนึ่ง “ระยะเวลา” และ “ระยะทาง” จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน” ผมมีความเชื่อเช่นนั้นอยู่ในใจ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s