เป้าหมายการวิ่ง – Thongkong

เป้าหมายการวิ่ง

 

ก่อนจะเข้าเรื่องเป้าหมาย ขณะที่เขียนบทนี้ ใกล้ถึงงานวิ่ง Ultra 10 ชั่วโมง ของสวนพฤกษ์ปี 2558 ละ (Link รายละเอียดงาน)

ปีที่แล้ว ผมลงงานวิ่งนี้ ทั้งที่ระยะทำการตอนนั้นยังอยู่แค่ 21-30km (ช่วงนั้นที่วิ่งงานนี้ Baitong เคยเขียนไว้ : ความเคลือบแคลงใจในตัวนักวิ่ง – The ambiguity in the runners. – Baitong )

 

ด้วยตรรกะที่คิดง่ายๆ ว่าก็แค่วิ่ง 21k 3 ครั้ง ก็ครบแล้ว (ผู้จัดตั้งเป้า Finisher ว่าต้องอย่างน้อย 63k) ตอนนั้นก็ยังคุยกับคุณใบตอง เพื่อนร่วมแก๊งค์ ว่าน่าจะทำได้ (Baitong : https://th-th.facebook.com/Tongniti)

 

 

Screenshot 2015-04-27 22.12.28ผลปรากฏว่าเจ็บปวดข้างเข่ารุนแรงตั้งแต่ราวๆ 20-30k แรกมั้ง ถ้าดูจากที่จดๆไว้และที่จำไม่ผิด นอกนั้นเดินๆนอนๆ จนได้ระยะมาราธอน

10432108_10154314644125338_2443541859101477088_n (1)(หลังจากนั้นร่วมครึ่งปี ค่อยไปลงวิ่งมาราธอน 42.195k จริงๆในงานสุโขทัยมาราธอน)

 

จริงๆที่ผมชอบคำว่าลากไส้จนเอามาตั้งเป็นกรุ๊ป ก็เพราะอาการลากไส้ตอนวิ่งนี่แหละ ( Link: กองร้อยลากไส้)
(ก็ได้ยิน เพื่อนนักปั่น ท่านนี้ FB:Thitibordee เป็นคนเรียกให้ได้ยินอีกทีละก็เลยฮามาถึงทุกวันนี้)

บางคนอาจสนุกที่ได้ทดลอง ได้ทำผลงาน ได้ฝึก หรือมีเป้าต่างๆ

ส่วนตัวผมเอง สาเหตุที่วิ่งอย่างต่อเนื่องไม่มีเลย ไอ้ครั้นจะว่าเพื่อสุขภาพก็น่าจะเกินเลยไปหน่อยละล่ะ

แต่หลังๆเริ่มสัมผัสเป้าหมายตัวเองได้ละ ว่าผมชอบ “นึกอยากวิ่งก็ได้วิ่ง” นี่แหละที่ชอบเสมอมา

อย่าง ตอนที่วิ่งใหม่ๆ รับไม่ได้มาก กับการต้องยัดทุกสรรพสิ่งลงกระเป๋าคาดเอวใบเล็กๆ (ถ้าไม่นับว่าขับรถไปวิ่ง) จนพอรู้ว่าโลกใบนี้เค้ามี Hydration Pack (เป้น้ำ) (เดินผ่านไปเห็นในห้างโดยบังเอิญ) ก็ซื้อมาลองอย่างไม่ลังเล แล้วก็เริ่มเมาเอ็นโดฟินได้ทุกที่ทุกเวลาตั้งแต่นั้นมาเลย พกผ้าขนหนู พกชุดเปลี่ยน อยากไปไหนวิ่งไปมั่วซั่วไปหมด

ระหว่างที่เราก็ทำอะไรไปมั่วๆ ตามความอยาก ก็ได้รู้จักกับนักวิ่งปอดเหล็กขาโหดจำนวนมาก ก็คิดว่าเราโหด เพราะเราอยากไปไหนวิ่งไป ซึ่งจริงๆไม่ขนาดนั้น

ยิ่งตั้งกลุ่มว่าลากไส้ แม่งยิ่งโหดไปอีก จริงๆ มันก็คือการแสดงออกถึงความตะแบง อยากทำอะไรก็ทำ วิ่งลู่ไฟฟ้าได้นิดๆหน่อยๆก็ลงวิ่งมินิ วิ่งมินิได้นิดๆหน่อยก็ลงฮาล์ฟ ไม่ชอบยืดเหยียดก่อนและหลังวิ่งก็เลิกซะ (ผมไม่ยืดเหยียดก่อนและหลังวิ่งมามากกว่าหนึ่งปีเต็มละ สถิติการบาดเจ็บเรียกได้ว่าแทบไม่มีนะ แต่อาจเพราะไม่ได้วิ่งเร็ววิ่งโหดมากละมั้ง แค่วิ่งไปเรื่อยๆ)

ย้อนกลับมาหัวข้อเดิม เป้าหมายการวิ่ง ผมกลับคิดว่าตัวเองไม่มีเป้าหมาย จริงๆแล้วการอยากวิ่งก็ต้องได้วิ่งนั่นแหละคือเป้าหมาย

 

.

.

.

แต่ผ่านไปปีกว่าๆ เพิ่งประมวลผลได้

และมารู้ตัวเอาเข้าจริงๆก็….. มีเช้าวันหนึ่ง ที่ผมออกมาวิ่งแต่เช้า แล้วก็นึกอยากไปกินก๋วยเตี๋ยว ก็เลยแวะไปกิน พอกินเสร็จก็ จ้อกกิ้งต่อทันที พอผ่านไปสักพักเริ่มคิดว่าย่อยดีแล้ว ก็ค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นมาหน่อย

 

นั่นล่ะ คือประเด็น

 

แม้วิ่งมานาน ความเร็วไม่ค่อยชัด ระยะวิ่งไม่ค่อยแน่นอน

 

แต่ไอ้การนึกอยากวิ่งก็ได้วิ่ง ได้ฟาดก๋วยเตี๋ยวชามโตหน้าปากซอยแล้ววิ่งต่อไปนี้แหละ มันใช่ละล่ะ เราชอบวิ่ง จนไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มแล้ว ขอได้วิ่งเป็นพอ

พอคิดถึงวิ่งอะไรก็ได้ คิดถึงที่อยู่ดีดีชวนกันวิ่งไปนครปฐม เฉย

 

เดี๋ยวนี้พอมีคนมาคุยเรื่องวิ่งว่าอยากวิ่งต้องทำยังไง ผมมักบอกว่า มีแนวอื่นๆที่เค้าแนะนำกันได้ดีๆกว่าผมมาก

 

แต่ถ้าจะถามผม ส่วนตัวผมมีแค่… อยากวิ่งก็วิ่ง วิ่งไม่ไหวก็เดิน อย่าก้าวขายาวเกินแนวเข่านัก รองเท้าก็ลองๆดูไปละกัน อยากรู้ก็อ่านเยอะๆ ไม่ชอบอ่านก็ลองเยอะๆ 😛 ไม่สิยาวไป

 

จริงๆก็มีแค่ ก็ลองวิ่งๆดู มันเหนื่อยก็เดิน ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็วิ่งได้ของมันเอง

Advertisements

การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง – How to Return to Running. – Baitong

การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง – How to Return to Running.

By Baitong

  Return to runningในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2557 ตัวผมได้รับบาดเจ็บจนต้องพักรักษาตัวนานพอสมควร กล้ามเนื้อต่างๆถดถอยลงไป ไขมันเริ่มเข้ามาแทนที่ และคิดว่าหลังจากหายดีแล้วคงต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ มันทำให้ลึกๆในใจเกิดความรู้สึกท้อแท้อยู่บ้าง จนผมได้อ่านบทความจาก Website : http://www.runnersworld.com/running-tips/how-to-return-to-running ทำให้ผมมีกำลังใจในการกลับมาซ้อมวิ่งอีกครั้ง  ผมจึงได้แปลและเรียบเรียงเพื่อบันทึกไว้ใน Blog แห่งนี้

การกลับมาเริ่มต้นวิ่งอีกครั้ง

            คุณกำลังกลับมาวิ่ง…หลังจากเลิกวิ่งไปนานใช่ไหม วิทยาศาสตร์จะแสดงให้เห็นว่าการกลับมาวิ่งใหม่นั้น เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คุณคิด

เรื่องโดย Diane Stopyra     ภาพโดย http://www.letsrun.com/

แปลและเรียบเรียงโดย  Baitong

            นักวิ่งจำนวนมากคงเคยรู้สึกกังวล เมื่อกลับมาเริ่มซ้อมใหม่หลังจากที่หายบาดเจ็บ และภาวนาขอให้วิ่งได้ดังที่กล้ามเนื้อเคยทำได้ ขอยกตัวอย่าง คุณ Jeff Alexander วัย 48 ปี พนักงานประชาสัมพันธ์จาก Philadelphia วิ่งมาราธอนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1996 ด้วยสถิติ 03:03 ชม. ครั้งที่สองในปีต่อมาด้วยเวลา 3:07 ชม. และในปีที่สามด้วยเวลา 03:06 ชม. โดยเขาประสบภาวะกึ่ง Hypothermic (ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ จนระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและสมองสูญเสียการทำงาน) ในการแข่งขันครั้งสุดท้ายนี้ ประกอบกับการย้ายที่อยู่และการแต่งงาน ทำให้ Alexander ไม่ได้ซ้อมวิ่งมาราธอนตามตาราง และแม้ว่าเขาจะพยายามวิ่งในระยะสั้น แต่ เบียร์ก็มักเข้ามาขวางกั้นการซ้อมของเขาจนกระทั้ง 10 ปีต่อมา Alexander ได้กลับมาฝึกซ้อมวิ่งระยะไกลอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันรายการ Philadelphia Marathon ในปี ค.ศ. 2008 และ อีกครั้งหนึ่งกับเวลา 03:17 ชม. เพื่อผ่านรอบคัดเลือกในรายการ Boston Marathon ซึ่งมันง่ายกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ จงมุ่งกลับมา คุณจะพบกับความรู้สึกที่คุ้นเคยเขากล่าวไว้ผมกลับมาวิ่งได้ถึง 10 ไมล์ภายในเดือนแรกของการซ้อม ผมคิดว่า ผมได้ความทรงจำของกล้ามเนื้อเดิมกลับคืนมา

ทำไมความทรงจำของกล้ามเนื้อยังคงอยู่

            ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ อยู่ที่ในช่วงชีวิตหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องหยุดวิ่ง คุณจะต้องรักษาอาการป่วยหรือบาดเจ็บนั้นให้ดี ส่วนที่เหลือนั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยในทุกครั้งที่วิ่งจะเปรียบได้กับการฝากความทรงจำของกล้ามเนื้อไว้ในธนาคาร การฝากเหล่านั้นก็เหมือนเป็นไข่ในรังที่พร้อมจะฟักตัวให้คุณได้ใช้ในยามที่คุณขัดสน Amadeus Mason ( M.D. การกีฬาและยา ประเภทลู่และลานของสหรัฐอเมริกา และคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมและเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งEmory University) ได้กล่าวไว้ว่า “ความทรงจำนั้นยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน และมันจะอยู่ไปอีกนาน” Continue reading

วิ่งไปทำไม? – Why you run? – Thongkong

อะไรทำให้มาวิ่ง

เชื่อว่าหลายท่านก็ต้องเจอ ต้องเคยถาม ทั้งจากคนวิ่งด้วยกันหรือเพื่อนๆที่ไม่ได้วิ่ง

ผมเองก็ได้ยินคำถามนี้เยอะ จากทั้งคนสนิทไม่สนิท นอกและในวงการวิ่ง (น่าจะเยอะในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็น Newbie Runner ตามคอนเซปต์ Blog นี้) เพราะผมไม่ใช่คนสนใจสุขภาพ ไม่ใช่คนอ้วนอยากผอม คนผอมอยากหุ่นดี ฯลฯ

ถ้าตอบสั้นๆทุบดินมันก็ต้องตอบตรงๆว่า มาวิ่งเพราะชอบวิ่ง ไม่มีอะไรอื่นเลย

แต่วันนี้มาลองคิดๆดูให้ละเอียด ลึกลงไปเราก็พอจะเห็นสาเหตุ

ผมชอบที่มันง่าย อิสระ ไร้กรอบ ไม่มีจารีต ปล่อยตัวไปได้เรื่อย ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตอง เงื่อนไขหรืออุปกรณ์อะไรเป็นสำคัญ คนเดียวหรือเป็นหมู่ก็ได้

ผมชอบในความหลากหลายของมนุษย์ และเบื่อการตีกรอบมนุษย์มากที่สุด (แต่เสือกทำงานด้านกฎหมายนะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักตีกรอบที่สุดสาขาหนึ่งเลย)

ชอบที่วงการวิ่งเป็นที่ๆ คนเงียบ คนช่างพูด คนเก็บตัว คนเรียกร้องความสนใจ มาอยู่รวมกันได้สอดคล้องมาก วงการหนึ่งเลย

อยากจะมากมายไปด้วยมิตรภาพซาบซึ้งวิ่งเคียงข้างไปด้วยกัน หรืออยากจะสันโดษชวนกันไปวิ่งด้วยแชทสองสามประโยคแต่งตัวออกมาลุย ก็ยังเป็นวงการเดียวกัน

ขณะที่สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ส่วนตัวผมมองว่าหลายๆวงการมักต้องมีทิศทางของภาพรวม หลากหลายมากไม่ได้จะดูแปลก อย่างถ้ายกตัวอย่างที่ผมเคยประสบมา เมื่อก่อนผมทำงานใหม่ๆก็เป็นคนชอบใส่เชิ้ต ใส่สูท แต่ชอบฟังดนตรีแรงๆ ภาพออกมาแปลก ต่อมาชอบเสพย์ดนตรีอิเล็คทรอนิคส์ในผับมากๆ trance house dubstep แต่ก็ชอบนั่งหรือชอบยืนฟังเฉยๆ กลายเป็นไม่เต้นเยอะอยู่ยากซะอีก หรือชอบดื่มวิสกี้เพียวๆ สามสี่แก้วคุยกันพอให้เสียงแหบพอประมาณแยกย้าย ก็อยู่ประเทศไทยยากอีก แม่งแดกกะมิกซ์คืนนึงหารตกคนละ 2,000 ตั้งกะค่ำยันผับปิดตีสอง (บางทีไปต่ออีก!?) ขี่มอไซก็แบ่งชนชั้นกันด้วย CC พอจะเลี้ยงบอนไซขึ้นแบบไม่สวยก็ไม่เข้าพวก เรียกได้ว่ามันมีจารีตมันอยู่นั่นเอง Continue reading

กำเนิด “หมู่ลากไส้” – The origin of “Lakzai gangster”. – Baitong

กำเนิด “หมู่ลากไส้” : The origin of “Lakzai gangster”.

By Baitong

TMBเข้าสู่เดือนกรกฎาคม 2556 ในเดือนที่ฝนชุกชุม ผมยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ ด้วยระยะทางเดิมๆ อย่างไร้จุดหมาย ไร้กลุ่ม ไร้ชมรม ไม่มีแม้กระทั้งเพื่อนซักคนที่จะร่วมทางวิ่งไปด้วยกัน แม้การวิ่งจะทำให้หัวใจผมแข็งแรงขึ้น แต่มันก็ถูกกัดเซาะด้วยความหว้าเหว่ที่สอดแทรกเข้ามาในใจผมทีละน้อย ผมจะต่อสู้กับความเปล่าเปลี่ยวใจนั้นได้อย่างไร ประกอบกับผมเริ่มมีอาการป่วยทางกายภาพถึงขนาดต้องเข้ารับการผ่าตัด และต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกนับเดือน ในระหว่างช่วงระยะพักฟื้นนั้น ความรู้สึกสนุก ความสุขขณะที่ก้าวเท้า ชีวิตที่มีการวิ่งเป็นงานอดิเรกเริ่มเลื่อนลาง คล้ายความฝันตอนที่เราเพิ่งตื่นนอน และจางหายไปพร้อมกับสายน้ำที่ชำระร่างกายในยามเช้า

ในห้วงเวลา ปลายการพักฟื้นร่างกาย ผมได้พบเพื่อนสนิทสมัยเรียนกฎหมายคุณเต๋า Thongkong แชร์กิจกรรมวิ่งทางโซเชียว มีเดีย จากแสงเทียนที่ใกล้จะดับ ได้หยดน้ำมันหล่อเลี้ยงเปลวเพลิงให้ยังคงสว่างในใจผมต่อไป เราเริ่มชักชวน พูดคุย แลกเปลี่ยน เรื่องวิ่งบ่อยขึ้น จนทำให้รู้ว่าเพื่อนนักกฎหมายอีก 3 ท่าน Tum,  AkeAdin ก็ชอบกิจกรรมนี้เช่นกัน พวกเราทั้ง 5 จึงได้ตั้งกลุ่ม “นิติรันเนอร์ส” ขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวและมิตรภาพของเพื่อนนักวิ่ง รายการวิ่งที่ใกล้จะถึงมากที่สุดในตอนนั้นคือ TMB-ING PARK RUN 2013 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2556 ด้วยแนวคิด “Make THE Difference” ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าคนทุกคนมี “พลัง” ที่จะคิดและทำสิ่งที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และมีคุณค่า เพื่อ “เปลี่ยน” โลกของตัวเองให้ดีขึ้น ทั้ง 5 คนพร้อมใจกันลงแข่งขันในระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และที่สำคัญมันคืองานวิ่งรายการแรกของพวกเราทั้ง 5 คน

ก่อนหน้าการรักษาอาการป่วย ผมวิ่งได้ระยะทางมากสุดเพียงแค่ 5 กิโลเมตร ดังนั้นการวิ่งรายการนี้จึงเป็นการท้าทายร่างกายและจิตใจของผมอย่างมาก ในระยะพักฟื้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมทำได้แค่เพียงมองผู้คนเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่ตัวผมแค่ลุกขึ้นนั่งยังลำบาก ปลายเดือนสิงหาคมผมซ้อมวิ่งครั้งแรกหลังหายป่วย วิ่งได้เพียง 5 Km ด้วยเวลา 39 นาที เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 15 วันก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ผมตั้งใจว่ายังไงก็ต้องวิ่งให้ได้ระยะ10 Km ในสวนสาธารณะผมวิ่งไปช้าๆ อย่างตั้งใจจนครบ 10 Km ครั้งแรกในชีวิตด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 27 นาที (ตอนนั้นดีใจมากที่ทำได้ ^_^) Continue reading

ความเคลือบแคลงใจในตัวนักวิ่ง – The ambiguity in the runners. – Baitong

ความเคลือบแคลงใจในตัวนักวิ่ง – The ambiguity in the runners.

By Baitong

10 - Hour Suanpruek99 Ultra Marathon 2014

เข้าสู่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นเวลา 1 ปีของการก้าววิ่ง ผมเสพติดการวิ่งอย่างจริงจัง เริ่มจากหลักกิโลเมตรที่ 0 ปัจจุบันเข้าสู่ กิโลเมตรที่ 1000 จากรายการ TMB-ING PARK RUN 2013 ระยะ 10 Km เข้าสู่รายการ 10 – Hour Suanpruek99Ultra Marathon 2014 การวิ่งเป็นกิจวัตรของผมไปเสียแล้ว มันทำให้การดำรงชีวิตของผมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับงานอดิเรกที่ยิ่งใหญ่สิ่งนี้ ในวันหยุดทำงานจากเมื่อก่อน แสงแดดส่องหน้าแล้วจึงตื่น เปลี่ยนมาเป็นถึงสนามซ้อมวิ่งตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทำงาน แม้กระทั้งจะไปเที่ยว ไปทำงาน มีหลายครั้งที่ผมใช้สองขาวิ่งไป

คนรอบตัวผมไม่ว่าจะเป็นญาติ รวมไปถึงเพื่อนๆ ทั้งที่สนิทและไม่สนิทต่างมองเข้ามาด้วยมุมมองที่เคลือบแคลงใจ ในงานอดิเรกของผมอยู่บ้าง คำถามที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าคือวิ่งไปทำไมตั้งมากมาย วิ่งไปทำไมในเมื่อผอมอยู่แล้ว วิ่งแบบนี้สุภาพจะเสียมากกว่าได้ หรือประโยคที่ทำให้ผมถึงกับสับสนใจคือ “ทรมานร่างกายไปแบบนี้ กระดูกจะเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วๆไป” หรือกระทั้งชักชวนให้ผมหยุดวิ่งไปเลย ความเคลือบแคลงใจของบุคคลกลุ่มนี้มีเต็มไปด้วยความหวังดีแฝงอยู่ในคำถาม ผมยินดีและขอบคุณกับสิ่งนั้น Continue reading

วิ่งยาวๆเป็นงานอดิเรกที่ตอบไม่ได้(ตอบอะไร?) – Thongkong

นักวิ่งจำนวนมาก มักมีเป้าหมายว่า ทำไปเพื่ออะไร หรือค้นพบอะไรในตัวมัน แต่บทนี้สำหรับผม จะเสนอมุมมองด้านหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรให้ค้นหาในตัวมัน และไม่ได้ทำไปเพื่ออะไร

วิ่งสำหรับผมมันก็คือทำไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

ผมมาวิ่งเพราะผมเข้าถึงความสนุกของการวิ่งนี้เอง ทำนองเดียวกับการเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง นั่นแหละ ถ้าถามว่าทำไปเพื่ออะไร หรือเพราะอะไรถึงมาทำ กลับตอบไม่ได้

ชอบก็คือชอบ วันก่อนเพิ่งโทรศัพท์คุยกับพ่อ พ่อก็ถามอยู่เหมือนกันว่ามันหัวเลี้ยวหัวต่ออะไรถึงมาวิ่ง ผมก็ตอบไม่ได้ (พ่อผมก็วิ่งครับ ยังไม่เคยได้วิ่งกับท่านสักที ปีนี้ว่าจะไปเยือนและวิ่งกับพ่อสักหน่อย)

จริงๆมันน่าคิดว่า การตอบไม่ได้นี่เป็นปัญหา หรือคำถามกันแน่ที่มีปัญหา จริงๆพฤติกรรมมนุษย์มีปนๆกัน ไม่มีอะไรดีไปทั้งหมดหรือไม่ดีไปทั้งหมด แต่พฤติกรรมที่จารีตเคยชินนั้น คนกลับไม่ค่อยถาม อย่างเตะบอล หรือสูบบุหรี่ นี่เป็นจารีตชายไทย คนไม่ค่อยถาม พอหันมาเจอคนวิ่ง 30 โล มันช่างน่าถาม (ถามไม่ยาก แต่จะตอบอะไรดี)

แต่ถ้าถามว่าเริ่มเมื่อไร นี่พอได้นะ มันเริ่มขึ้นประมาณช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้วผมเริ่มเอาเท้าแตะลู่ไฟฟ้าในฟิตเนสแถวที่ทำงาน หรือพื้นสวนสาธารณะ เริ่มต้นก็ด้วยเรื่องของสุขภาพ ตามมาด้วยการอยากเพิ่มน้ำหนัก

แต่ต่อมาความรู้สึกชอบมันในลักษณะงานอดิเรกก็เข้าครอบงำเข้ามาเรื่อยๆ

รู้สึกตัวอีกทีก็คิดไปอย่างปกติเลยว่าวิ่งเป็นงานอดิเรก ซึ่งงานอดิเรก บางเรื่อง บางคน ก็ตั้งใจและลุ่มหลงกับมันมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่ที่สำคัญก็คือมันต้องสนุกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (ไม่เคยได้ยินใครบอกว่าตอนนี้มีงานอดิเรก ที่ก็ทนๆทำไป) Continue reading

ประวัติศาตร์ Runtastic – History of Runtastic. – Baitong

ประวัติศาตร์ Runtastic –  History of Runtastic.

By Baitong

photoในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2556  ผมได้รู้จักกับ แอพพิเคชันเกี่ยวกับการบันทึกสถิติการวิ่งหลายตัวด้วยกัน อาทิเช่น Endomodo, Runtastic, Runkeeper  แต่มีแอพพิเคชันหนึ่งที่ตอบสนองการสับเท้าสำหรับสาวก Windows phone 8 ได้อย่างเต็มที่นั้นคือ Runtastic pro  แห่ง www.runtastic.com  Runtastic pro เป็น แอพพิเคชันที่มีเป้าหมายนำพาผู้ใช้ให้สู่ระบบการออกกำลังกายในหลายกิจกรรมที่แตกต่างกัน การวิ่งเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งของแอพพิเคชันนี้ กับทั้ง Runtastic  ยังให้ความสำคัญกับระบบปฏิบัติการบน สมาร์ทโฟน ที่หลากหลายทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้โดยทั่วกัน เพื่อเป็นการให้เกรียติ ผมจึงขอบันทึกประวัติศาสตร์ของบริษัท Runtastic ไว้ในบล็อกแห่งนี้

บริษัท Runtastic ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2009 โดยการรวมตัวของเพื่อนทั้ง 4 คนที่รักการออกกำลังกายและชื่นชอบในเทคโนโลยี : Christian Kaar, Florian Gschwandtner,  Alfred Luger และ Rene Giretzlehner. จุดเริ่มต้นที่แท้จริงเริ่มขึ้นประมาณปี ค.ศ. 2007 เมื่อ Christian และ Rene ขณะนั้นป็นนักศึกษาชั้นปริญญาโทที่ FH Hagenberg โครงการวิทยานิพนธ์ของเขาทั้งสองมีชื่อว่า  mSports  เน้นการใช้เทคโนโลยี GPS ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนสำหรับติดตามตำแหน่งการแข่งขันเรือใบและรถแข่ง โดยใช้สมาร์ทโฟนติดตั้งอยู่บนเรือของลูกเรือ หรือในรถแข่ง ทำให้สามารถติดตามตำแหน่งโดยรวมของพวกเขาโดยใช้โปรแกรม mSports โครงการของพวกเขาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ Christian และ Rene ไม่มีพื้นฐานในการทำธุรกิจจึงไม่สามารถเปลี่ยน  mSports ให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ได้ Continue reading